Sam Powell

การปลูกต้นหม่อน

กระแสนิยมรับประทานผลไม้สีม่วงแดงกำลังมาแรง ทั้งประชากรในเมืองและชนบท ทำให้มัลเบอร์รี่ หรือ ผลหม่อน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ลูกหม่อน ซึ่งกรมหม่อนไหมได้ทำการศึกษาวิจัยมานานกว่า 20 ปี อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นหน่วยงานเล็กๆ ชื่อสถาบันวิจัยหม่อนไหม สังกัดกรมวิชาการเกษตร  ลูกหม่อน จะเป็นผลไม้ที่นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์น้ำหม่อน แยม และไวน์ เสริมรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ที่มีผลหม่อนเป็นผลพลอยได้จากการปลูกหม่อนพันธุ์บุรีรัมย์ 60 ที่ใช้ผลิตใบหม่อนสำหรับเลี้ยงไหม เมื่อทำการตัดแต่งกิ่ง หรือทิ้งต้นหม่อนไว้ให้พักตัวในฤดูแล้ง หม่อนพันธุ์นี้ก็จะผลิดอกออกผลเป็นผลไม้สีแดง จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มมองเห็นเป็นสีดำ ให้ผลผลิตผลหม่อนราว 300-500 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี ต่อมาเราพบว่ามีหม่อนที่นิยมปลูกกันในภาคเหนือเป็นผลไม้ริมรั้ว จึงนำมาศึกษาเปรียบเทียบกับหม่อนพันธุ์บุรีรัมย์60 และพันธุ์อื่นๆ ที่มีศักยภาพให้ผลผลิตผลหม่อนสูง พบว่า หม่อนพันธุ์ที่นำมาจากจังหวัดเชียงใหม่ จากสวนของ นายโกสิ่ว แซ่โก หลังวิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ โดยนายวสันต์ นุ้ยภิรมย์ นักวิชาการเกษตร สถาบันวิจัยหม่อนไหม กรมวิชาการเกษตร ในขณะนั้น ให้ผลผลิตผลหม่อนสูงกว่าพันธุ์อื่นๆ และขอรับรองพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร เมื่อปี พ.ศ.2549 โดยให้ใช้ชื่อว่า หม่อนผลสดพันธุ์เชียงใหม่ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า หม่อนพันธุ์เชียงใหม่ การปลูกหม่อนให้มีผลสดรับประทานตลอดปี การปลูกหม่อนให้มีผลรับประทานตลอดปี สามารถกระทำได้แต่ต้องเอาใจใส่ […]

Read More

การเลี้ยงไข่มดแดง

ไข่มดแดง นับเป็นของป่าที่มูลค่า และหากินได้ยากมาก เนื่องจากจำนวนการออกผลผลิตมีได้เพียงปีละครั้ง ทำให้มีราคาและเป็นที่ต้องการของตลาด แต่คงไม่ใช่ในปัจจุบัน เพราะได้มีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยที่หันมาเลี้ยงไข่มดแดงคอนโด และบังคับให้ออกไข่นอกฤดูกาล จนกลายเป็น 1 อาชีพที่เสริมรายได้ให้คนไทยจำนวนไม่น้อยการทำคอนโดไข่มดแดงสามารถทำได้หลายวิธี แต่ที่นิยมทำกันคือการนำขวดพลาสติกมาเจาะรูด้านข้างหรือตัดขวดตามแนวขวางประมาณ 1/4 บริเวณส่วนหัวขวด แล้วจึงนำส่วนที่ตัดแล้วสอดกลับเข้าไปในตัวขวด โดยให้ปากขวดหงายขึ้น บริเวณก้นขวดให้เจาะรูเพื่อทำเป็นที่แขวนผูกติดกับต้นไม้ จากนั้นก็ล่อให้มดแดงเข้ามาอยู่ในคอนโดนั้น โดยใช้เหยื่อจำพวกแมลงอบแห้ง เช่น จิ้งหรีด แมงเม่า แมงจินูน เป็นต้น ใส่ลงไปในรังเทียม หากเป็นแมลงตัวใหญ่ใช้ประมาณ 5-6 ตัว แต่หากเป็นแมลงตัวเล็กจะต้องใส่จำนวนมากหน่อยประมาณ 15-20 ตัว ซึ่งการจะได้ผลดีต้องสังเกตด้วยว่าต้นไม้นั้นมีมดแดงรังใหญ่อยู่มากขนาดไหน เพราะส่วนใหญ่มดแดงที่จะคาบไข่มาไว้ในรังเทียม จะเป็นมดแดงที่มีรังขนาดใหญ่ ๆ มีประชากรเยอะ ๆ และหากรังเทียมไหนมีมดแดงเยอะก็ไม่ควรเติมเหยื่อเพิ่ม แต่ควรดูแลอย่าให้รังมดถูกรบกวนไม่อย่างนั้นมดแดงอาจจะขนไข่ย้ายหนีไปได้ การทำคอนโดไข่มดแดงให้ประสบความสำเร็จ ต้องทำควบคู่กับการเลี้ยงมดแดง ซึ่งจะต้องให้อาหารจำพวกแมลงอบแห้ง และน้ำผสมน้ำหวาน โดยข้อดีของการทำคอนโดมดแดงคือ การลดการทำลายรังและประชากรของมดแดง อีกทั้งหากเลี้ยงในเชิงพาณิชย์จะช่วยให้ผู้เลี้ยงเก็บไข่มดแดงได้สะดวกสบายขึ้น เราสามารถเลือกเก็บไข่มดแดงได้ และทำให้ทราบถึงปริมาณไข่มดแดงที่จะเก็บขายได้ หากฝนไม่ตกให้ทำการฉีดน้ำใส่ใบหรือฉีดใส่ต้นไม้ในช่วงเย็นๆ เดือนละ 1-2 ครั้ง ในช่วงฤดูหนาวและร้อน มดแดงก็จะเพิ่มจำนวนได้มากขึ้น หรือให้ติดสปริงเกอร์ […]

Read More

เลี้ยงเลี้ยงหอยโข่ง

ตามห้วยตามหนอง ก็มีแต่หอยโข่ง หอยขม หอยเชอรี่ แต่ปัจจุบันมีหอยเชอรี่มาแทน แม้หอยขม หอยเชอรี่ยังพอหาได้ แต่หอยโข่งแทบจะไม่มีให้เห็นแล้ว ถ้าจะให้สันนิษฐาน อาจจะเป็นเพราะว่าแหล่งน้ำตามธรรมชาติมันเหลือน้อยลง และมีผู้คนเพิ่ม จำนวนขึ้น ก็ทำให้หอยโข่งหาที่อยู่ยากขึ้นด้วย หอยขมจะออกลูกเป็นตัว เมื่อลองเอาตัวหอยออกจากเปลือกจะเป็นลูกหอยตัวเล็กๆอยู่ในท้อง นอกเหนือจากการมีหอยขมจำหน่ายมากขึ้นแล้ว หอยโข่งก็เริ่มมีจำหน่ายเพิ่มขึ้นเช่นกัน การเลี้ยงหอยโข่ง ทำได้ง่ายในแหล่งน้ำจืดต่าง ๆ ทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติ ไร่นา   กลุ่มหอยโข่งพื้นเมืองจะเป็นฝาปิดแบบไคติน มีลักษณะเป็นทั้งเพศผู้และเพศเมีย เวลาผสมพันธุ์สามารถให้น้ำเชื้อได้และรับน้ำเชื้อได้ อาหารของหอยโข่งคือตะไคร่น้ำ เศษพืชเมือกที่เกาะตามไม้และหิน ในน้ำ กินส่วนอ่อน ๆ ของพืช ที่อยู่อาศัยปกติของหอยโข่งคือพื้นท้องน้ำ แต่ถ้ามีไม้ปักในน้ำ หรือมีเมือกกับตะไคร่น้ำเกาะที่ไหน หอยโข่งจะไต่ขึ้นมาเพื่อหากินบนไม้ที่แช่น้ำ และยังหาหอยโข่งได้ตามสวนที่มีร่องน้ำ มีมะพร้าวบนคันล้อม คอยระวังอย่าให้น้ำเกิดการเน่าเสียจนทำให้ขาดออกซิเจน เพราะหอยจะตายได้ ขั้นตอนการเลี้ยงหอยโข่ง การเลี้ยงหอยโข่งในกระชัง สามารถใช้กระชังในล่อนชนิดตาถี่ๆ ขนาด 6 เมตร สูง 120 เมตร และให้นำกระชังไปผูกในแหล่งน้ำ โดยให้มุมล่าง และมุมบนของกระชังทั้งสี่ด้านได้ยึดติดกับเสา 4 ต้น หรือจะเพิ่มตรงกลางความยาวของกระชัง อีกด้านละต้น […]

Read More

การเลี้ยงแมงป่องช้าง

แมงป่องช้างสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าจับตามองโดยธรรมดาแล้วคนสมัยก่อนก็ได้นำ แมงป่องช้าง มารับประทานอยู่บ้างซึ่งในภาคอีสานนิยมนำแมงป่องช้างมาทำน้ำพริกกินกับข้าวเหนียว ซึ่งถือว่าเป็นน้ำพริกรสเด็ดที่หากินได้ยาก ในปัจจุบันแมงป่องช้างในบ้านเรามีความต้องการสูงเพราะว่าคนเริ่มกลับมานิยมบริโภคแมงป่องช้างอีกครั้ง แต่แมงป่องช้างในประเทศไทยมีอยู่น้อยเนื่องจากต้นไม้และป่าไม้ในประเทศไทยเหลือน้อย จึงทำให้ณ. เวลานี้แมงป่องช้างจะต้องนำเข้ามาจากประเทสกัมพูชา ซึ่งตกตัวละ 20 บาทเลยทีเดียว ส่วนความต้องการในตลาดก็มีสูงมากๆแมงป่องช้างมีความ วิธีเลี้ยงแมงป่องช้าง วิธีเลี้ยง แมงป่องช้าง ไม่ยากเลยเพียงแต่เราต้องมีอุปกรณ์ในการเลี้ยงและสถานที่ที่เหมาะสมในการเลี้ยงแมงป่องช้าง ตามลักษณะนิสัยของแมงป่องจะชอบอยู่ในที่มืดและอับชื้นและไกลจากนก และ ไก่ ซึ่งเป็นศัตรูตามธรรมชาติของแมงป่องช้าง สำหรับอุปกรณ์ในการเลี้ยงแมงป่องช้างก็มีดังนี้ วงบ่อซีเมนต์ ขนาดกว้าง 80 เซนติเมตร สูง 50 เซนติเมตร โดยภายในวงบ่อเราควรจะทำการขัดมันหรือติดสติกเกอร์เพื่อให้เกิดความลื่น แมงป่องจะไม่ได้ปีนหนีออกมาถึงกระนั่นก็ต้องหาตะข่ายปิดปากบ่อซีเมนต์ที่เตรียมไว้ด้วยเพื่อป้องกันศัตรูมาทำร้ายแมงป่องที่เลี้ยงไว้   ภาชนะใส่น้ำ ซึ่งน้ำเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับแมงป่อง แมงป่องเป็นสัตว์ที่ขาดน้ำไม่ได้ ภานใจภาชนะใส่น้ำเราควรจะมีหินวางไว้เพื่อป้องกันแมงป่องช้างจมน้ำ  ที่หลบซ้อน ซึ่งจะหินหรือเศษใบไม้ หรือท่อนไม้  หลังจากเตรียมอุปกรณ์ครบแล้ว เราจะนำดินมาใส่ไว้ในบ่อซีเมนต์ที่เตรียมไว้โดยใส่ดินให้หนาประมาณ 10 ถึง 20 เซนติเมตร หลังจากนั้นก็นำพ่อแม่พันธุ์แม่ป่องช้างในอัตรา 1 ต่อ 1 โดย 1 บ่อซีเมนต์เราจะใส่แมงป่องประมาณ 30 ถึง 40 ตัว ซึ่งจะเป็นพ่อแม่พันธุ์ในอัตราส่วนที่เท่ากัน […]

Read More

การเลี้ยงด้วงสาคู

ด้วงสาคูหรือด้วงงวงมะพร้าวหรือด้วงลานหรือแมงหวังเป็นด้วงชนิดเดียวกัน แต่ชื่อที่เรียกแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าเลี้ยงหรือให้อยู่กับต้นอะไรก็เรียกตามชื่อของต้นไม้ที่นำมาเพาะเลี้ยงด้วงชนิดนั้น สำหรับวันนี้บ้านน้อยจะนำเสนอเทคนิคขั้นตอนวิธีการเลี้ยงพร้อมสูตรอาหารในการเลี้ยงด้วงสาคูด้วยต้นอ้อย เทคนิคการเลี้ยงด้วงในวันนี้จะเป็นการเพาะเลี้ยงในกะละมังและนอกจากใช้ต้นอ้อยสับในการเพาะเลี้ยงแล้วยังสามารถแทนต้นอ้อยสับได้ด้วยเปลือกมะพร้าวอ่อนได้เช่นเดียวกันมาดูกันว่ามีวัสดุและขั้นตอนวิธีการเลี้ยงตั้งแต่เริ่มต้นกันเลย เทคนิคและขั้นตอนวิธีการเลี้ยงด้วงในกะละมัง เริ่มแรกผสมอาหารสำหรับการเลี้ยงก่อนเลย ใส่อาหารหมูลงในกะละมังแล้วเติมน้ำสะอาดลงไปเพื่อให้อาหารหมูเปื่อยหรือเละใส่มันบดลงไปผสมกับอาหารหมูที่เปื่อยหรือเละแล้วใส่อ้อยสับลงไปผสมให้เข้ากันให้มีลักษณะเป็นเหมือนโคลนแล้วอัดให้เรียบเสมอกันในกะละมังใส่กล้วยน้ำว้าลงไปตรงกลางกะละมัง และนำเปลือกมะพร้าวแห้งสับชิ้นใหญ่ๆ4-5ชิ้นลงไปในกะละมังผสมวางให้ทั่วเพื่อให้พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ได้ใช้เป็นที่หลบซ่อนปล่อยพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ลงไป5คู่ต่อกะละมัง ปิดฝากะละมังแล้วตั้งกะละมังวางเรียงซ้อนกัน นำวัสดุที่หนักๆปิดทับไว้กันพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปีนหนีบนกะละมังชั้นสุดท้าย ตั้งทิ้งไว้จนครบ5วัน ก็สามารถนำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ไปเพาะในกะละมังชุดใหม่โดยใส่ส่วนผสมเหมือนเดิมทุกขั้นตอน สำหรับพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่นำมาเพาะเลี้ยงด้วงนั้นสามารถทำได้ถึง5ครั้งจนถึงครั้งที่ 6ให้รวมเอาพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์มารวม2กะละมังให้เป็น1กะละมัง เพราะว่าพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เริ่มล้าแล้ว สำหรับชุดสุดท้ายหรือครั้งที่6นั้นให้ปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นจนกว่าจะมีการเกิดด้วงสาคูตัวน้อยๆขึ้น ประมาณ10กว่าวันพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ในครั้งที่6 ก็จะตายลงไป สำหรับการเพาะเลี้ยงแต่ละกะละมังควรมีการจดบันทึกว่าเริ่มทำการเพาะเลี้ยงตั้งแต่วันไหนกันลืม เมื่อครบ20วันให้เปิดดูใต้เปลือกมะพร้าวก็จะพบด้วงตัวเล็กตัวน้อยเกิดขึ้นมา หากอาหารไม่พอให้เติมอาหารแบบที่ทำมาตั้งแต่เริ่มขั้นตอนแรกเพียงแค่ไม่ต้องเติมอาหารหมูแค่นั้นเอง ให้เติมอาหารลงในกะละมังคลุกเคล้าส่วนผสมแบบเบามือที่สุด แล้วก็ทำการปิดฝาไว้เหมือนเดิม เมื่อครบ30-35วัน ก็สามารถคัดเอาผลผลิตของด้วงสาคูหรือด้วงมะพร้าวตัวใหญ่หรือขนาดตามที่สามารถนำไปทำอาหารหรือนำไปจำหน่ายได้แล้ว และสำหรับเทคนิคหรือวิธีการเพาะเลี้ยงด้วงสาคูหรือด้วงมะพร้าวแบบนี้นั้น หากเราใช้พ่อ-แม่พันธุ์จำนวน50คู่ ภายใน1เดือนเราก็จะสามารถเพาะด้วงได้จำนวน55กะละมังโดยประมาณ แต่หากว่าเราใช้พ่อ-แม่จำนวน 3 คู่ต่อกะละมัง ภายใน1เดือน ก็จะได้ประมาณ 80กะละมัง

Read More

การเพาะเลี้ยงปลาไหลนา

ปลาไหลนา จัดเป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ตามคู คลอง หนอง บึงต่างๆ ซึ่งสามารถพบเห็นได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ปลาไหลนาเป็นสัตว์น้ำที่คนนิยมบริโภคกันมาก เพราะมีรสชาติอร่อย สามารถนำมาทำเป็นอาหารได้หลายชนิด ปัจจุบัน ปลาไหลนากำลังลดน้อยลงไปเรื่อยๆ เนื่องจากมลภาวะทางน้ำ ขณะที่ความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นและประเทศจีน ดังนั้น การเพาะปลาไหลนาจึงเป็นอาชีพที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกร เนื่องจากปลาไหลนาสามารถเพาะเลี้ยงเป็นปลาเศรษฐกิจในอนาคตได้ การผสมพันธ์และการเพาะเลี้ยงแม่พันธุ์ ในการผสมพันธุ์ปลาไหลนา เกษตรกรอาจใช้วิธีการเลียนแบบธรรมชาติ เพราะการฉีดฮอร์โมนผสมเทียมไม่สามารถทำให้ปลาวางไข่ได้ แต่ก่อนที่จะนำพ่อแม่พันธุ์ปลาไหลนามาปล่อยเพื่อผสมพันธุ์ เกษตรกรจะต้องเตรียมบ่อเพาะพันธุ์ โดยใช้เทคนิคการเตรียมบ่อเพาะให้คล้ายคลึงกับธรรมชาติมากที่สุด เกษตรกรสามารถเพาะเลี้ยงได้ทั้งในถังไฟเบอร์ บ่อดิน บ่อซีเมนต์และท่อซีเมนต์กลม โดยเกษตรกรจะต้องเตรียมความพร้อม บ่อดิน ควรอัดพื้นดินให้แน่นและมีขนาด 200-400 ตารางเมตร ด้านบนควรปลูกพืชน้ำสำหรับเป็นที่วางไข่ของแม่ปลาไหลนา ปล่อยพ่อแม่พันธุ์ในสัดส่วนเพศผู้ : เพศเมีย เท่ากับ 1: 3 ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ปลาไหลนาจะวางไข่ได้ภายใน 2-4 เดือน โดยเริ่มวางไข่ตั้งแต่เดือนมีนาคม-เมษายน เมื่อลูกปลาไหลฟักออกเป็นตัว ลูกปลาไหลจะมีความยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร พฤติกรรมของลูกปลาไหลนามักชอบหลบซ่อนอยู่ตามรากหญ้า เกษตรกรสามารถรวบรวมและนำไปเลี้ยงต่อไป การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ ในช่วงแรก การคัดแยกเพศของพ่อแม่พันธุ์ปลาไหล […]

Read More

การเลี้ยงปูนา

ปูนาเป็นแห่งอาหารโปรตีนอีกชนิดหนึ่งของคนชนบท ที่หาได้ตามท้องไร่ท้องนา ใกล้ๆคันแทนา หรือ คูนา คูคลอง และแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่ปัจจุบันนี้เนื่องจากมีการใช้สารเคมีมากขึ้น ทำให้จำนวนประชากรลดลงอย่างรวดเร็ว ปูเริ่มหายากมากยิ่งขึ้น จนทำให้เกษตรกรบ้านเราเกิดไอเดียปิ๊งๆ ที่อีสานร้อยแปดเราจะมานำเสนอในวันนี้ นั่นก็คือการเลี้ยงปูนา เพื่อขายเป็นอาชีพ สร้าง การเลี้ยงปูนา ในการทำบ่อซีเมนซ์สำหรับเลี้ยงปูนาแล้วแต่ความสะดวกของเกษตร โดยส่วนใหญ่แล้วนิยมทำขนาด 2×3 เมตร จะทำเป็นแบบเทพื้นปูน หรือจะเลี้ยงแบบพื้นดินก็ได้ แต่แนะนำให้ทำแบบพื้นปูนแล้วใส่ดินหน้าประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร เพื่อให้ปูได้ขุดรู โดยการใส่ดินเข้าไปในบ่อนั้น เทดินแบบลาดเอียง อีกข้างนึงมีน้ำ เลียนแบบบ่อธรรมชาตินั่นเอง หรือจะเทดินทั้งหมด แล้วใส่น้ำในกะละมังก็ได้ แล้วแต่สะดวก อาหารสำหรับเลี้ยงปูนา  การให้อาหารโดยใช้อาหารปลาดุกเม็ดเล็กเสริมด้วยข้าวสวยหุงสุกคลุกเคล้าให้เข้ากัน หว่านประมาณ 1 กำมือในช่วงเย็นเนื่องจากปูนาจะออกหากินตอนกลางคืน และหมั่นดูแลบริเวณที่อยู่ของปูให้สะอาดโดยต้องเก็บเศษอาหารที่ปูกินไม่หมดทิ้ง และเก็บปูที่ก้ามหลุดออกเนื่องจากจะส่งผลให้โดนปูตัวอื่นมารุมทำร้ายและตายได้ และหากทิ้งอาหารหรือปูที่ตายไว้นานๆจะเกิดกลิ่นเหม็นเน่าและมีเชื้อราเกิดขึ้นทำให้ปูเกิดโรคได้ง่าย การเพาะพันธุ์ปูนาสามารถนำมาเพาะในโรงเพาะฟักเพื่อผลิตลูกปูวัยอ่อนได้เช่นเดียวกับปูม้า หรือปูทะเล บ่อที่ใช้จะเป็นบ่อซีเมนต์ ถังพลาสติก หรือ ตู้กระจก ก็ได้ ขนาดของบ่อก็ไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับความสะดวกในการจัดการของแต่ละท่านพ่อแม่พันธุ์ ในระยะแรกก็คงต้องรวบรวมจากธรรมชาติ จะเริ่มเพาะจากพ่อแม่พันธุ์ก็ได้ หรือจะใช้แม่ปูที่มีไข่ที่จับปิ้งและมีลูกปูวัยอ่อนที่ติดกระดองอยู่แล้วมา […]

Read More

การเลี้ยงหนูเทศหรือหนูเนื้อ

หนูเป็นสัตว์ที่พบได้ทั่วไปและมีอยู่หลายสายพันธุ์ โดยส่วนมากแล้วจะนิยมเพาะเลี้ยงหนูเพื่อให้เป็นสัตว์เลี้ยง และเพื่อเป็นอาหารแต่ในประเทศไทยความนิยมบริโภคหนูยังไม่มากนักทำให้ไม่ค่อยมีผู้นิยมเพาะเลี้ยงหนูเพื่อเป็นอาหาร แต่ในต่างประเทศหนูถือว่าเป็นอาหารชั้นยอดทำให้มีความต้องการสูงมากในตลาดต่างประเทศ ในปัจจุบันมีการส่งออกเนื้อหนูไปยังประเทศไตหวัน และอินโดนีเซีย ซึ่งหนูที่นิยมนำมาเลี้ยงเพื่อนำไปรับประทานอาหารนั้นจะเป็น หนูเทศ ซึ่งมีขนาดตัวใหญ่เนื้อเยอะโดยระยะเวลาในการเลี้ยงหนูแต่ละตัวจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนเท่านั้นก็สามารถที่จะออกวางจำหน่ายได้แล้ว โดยสนนราคาอยู่ที่ตัวละ 80 บาทต่อตัว แต่ถ้านำหนูเทศไปขายเป็นสัตว์เลี้ยงก็จะได้ราคาที่สูงกว่า วิธีการเลี้ยงหนูเทศ หนูเทศ เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี โดยมีพื้นที่เพียงเล็กน้อยก็สามารถที่จะเลี้ยงหนูเทศเพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวได้แล้ว วิธีการเลี้ยงหนูเทศนั้นเราจะเลี้ยงแบบเป็นกรงขนาดเล็กที่เลี้ยงได้กรงละ 2 ตัว หรือจะเลี้ยงแบบกรงใหญ่ที่สามารถเลี้ยงหนูเทศได้หลายตัว  ส่วนมากแล้วการเลี้ยงหนูเทศแนะนำให้เลี้ยงเป็นคู่เพราะหนูเป็นสัตว์สังคมควรเลี้ยงคู่กันเสมอ เมื่อเตรียมสถานที่เลี้ยงที่ปลอดภัยไม่มีศัตรูตามธรรมชาติมารบกวนแล้ว เราก็หาพ่อแม่พันธุ์มา 1 คู่ ที่มีอายุประมาณ 1 เดือน  โดยเลี้ยงไว้ในกรงเดียวกัน หลังจากนั้นหนูเทศจะผสมพันธุ์กัน โดยหลังจากหนูเทศตัวเมียตั้งท้องจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 เดือนในการตั้งท้อง ส่วนมากแล้วหนูเทศจะให้ลูกอย่างน้อยที่สุดก็ 3 ตัว แต่ถ้าแม่หนูเทศสมบูรณ์อาจจะให้ลูกครั้งละ 7 ตัวเลยทีเดียว  หลังจากลูกหนูเกิดมาได้ 15 วัน ลูกหนูจะอดนมควรแยกลูกหนูออกไปเลี้ยงต่างหากเพื่อให้แม่หนูเป็นสัดอีกครั้งเพื่อจะได้ผสมพันธุ์กับพ่อพันธุ์ต่อไป หลังจากนำลูกหนูแยกมาเลี้ยงได้ประมาณ 3 เดือนก็สามารถจำหน่ายออกสู่ตลาดได้แล้ว โดยอาหารที่จะนำมาเลี้ยงหนูเทศจะเป็นพวกเศษผัก หรือหญ้าขนตามไร่นาก็ได้ แต่ที่สำคัญอาหารที่นำมาให้หนูนั้นต้องไม่มีสารเคมีบนเปื้อนอย่างเด็ดขาด แต่ถ้าต้องการเพิ่มน้ำหนักให้กับหนูที่เลี้ยงเราก็สามารถที่จะซื้ออาหารเม็ดที่ใช้เลี้ยงหมู หรือโคมาเสริมก็ได้เช่นกัน ภายในกรงเลี้ยงควรดูแลเรื่องน้ำอย่าให้น้ำแห้งและทำความสะอาดกรงอยู่เสมอ […]

Read More

ไก่ภูพาน

ไก่ดำสายพันธุ์ ภูพาน มีแบบไก่ดำแต่ขนขาวก็มี ไก่ดำเป็นไก่ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากมองโกลเลีย มีลักษณะที่สวยงามและปัจจุบันสถาบันด้านการเกษตรและกลุ่มเกษตรกรทั่วไปจะนำมาผสมเป็นไก่ดำพันธ์ผสม แต่ก็ยังคงคุณสมบัติของไก่ดำ คือจะมีเนื้อสีดำและคุณสมับติหลักๆก็คือ ปาก,ลิ้น,หงอน,เล็บ,แข้งขา,กระดูก,เครื่องใน ทุกส่วนจะเป็นสีดำหมด ซึ่งคนนิยมนำมาทำตุ๋นยาจีนเพราะเชื่อในด้านสมุนไพรบำรุงกำลังชั้นดี ส่วนเรื่องขนของไก่นั้นไม่มีความจำเป็นต้องเป็นสีดำทั้งหมดครับ ไก่ดำ ภูพาน คือไก่ดำพันธุ์ผสม ที่พัฒนาสายพันธุ์จาก ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนครทำการรวบรวมมาและได้ทำการสร้างฝูงขึ้นมาใหม่ มาพัฒนาสายพันธุ์ไก่ดำใหม่ ทำการคัดเลือกและพัฒนาให้สายพันธุ์ไก่ดำโตเร็วขึ้น ไข่ดกขึ้นและก็ทนต่อสภาพแวดล้อมมากขึ้น จึงได้เกิดไก่ดำที่พัฒนาสายพันธุ์แล้วเป็นไก่ดำ ภูพาน หรือไก่ดำขนขาวนั่นเองครับ ไก่ดำ ภูพาน ได้พัฒนาสายพันธุ์มาจากไก่ดำมองโกลเลีย หรือทำพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ให้ได้ สายพันธุ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิมจึงได้เรียกไก่ดำผสมพันธุ์ใหม่นี้ว่า ไก่ดำ ภูพานครับ ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ได้ทำการรวบรวมคัดพันธุ์ไก่ดำจากเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ดำสายพันธุ์มองโกลเลียทั่วประเทศเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 และได้ทำการคัดเลือกและสร้างฝูงเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ เมื่อปี 2555 ซึ่งเมื่อก่อนการเลี้ยงไก่ดำจะใช้ระยะเวลาในการเลี้ยง 4-5 เดือน ถึงจะสามารถส่งขายได้ ปัจจุบันเลี้ยงเพียง 3 เดือนเท่านั้น ก็สามารถชำแระส่งขายสู่ตลาดได้แล้วครับส่วนในด้านแม่พันธุ์ที่ให้ผลผลิตไข่ เมื่อก่อนจะออกไข่ต่อปีต่อตัวอยู่ที่80ฟองต่อตัวต่อปี แต่ปัจจุบันเมื่อพัฒนาสายพันธุ์แล้ว เฉลี่ยการออกไข่อยู่ที่ 120ฟองต่อตัวต่อปี กันเลยทีเดียวครับ  การพัฒนาสายพันธุ์ไก่ดำโดยอาจารย์ภานุวัฒน์ คัมภีราวัฒน์ ก็ได้คัดเอาไก่ดำสายพันธุ์มองโกเลีย ที่มีลักษณะไก่ดำขนสีขาว ซึ่งเกิดจากยีนส์ด้อยของสายพันธุ์ […]

Read More

ปลาปอมปาดัวร์

ปลาปอมปาดัวร์ หลายคนก็คงสงสัยว่าปลาปอมปาดัวร์คือปลาอะไร ปลาปอมปาดัวร์หรือป่าดิสคัสเป็นปลาที่อยู่ในวงศ์สายพันธุ์เดียวกับปลาหมอสี ซึ่งปลาในวงศ์สายพันธุ์นี้มีอยู่เยอะมากกว่า 1,000 ชนิดเลยทีเดียว ปลาปอมปาดัวร์ นี้ถือได้ว่าเป็นปลาที่มีสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองและมีลักษณะนิสัยเฉพาะตัว ลักษณะตัวของปลาปอมปาดัวร์จะมีรูปร่างทรงกลมเป็นรูปไข่คล้ายจานถิ่นกำเนิดในลุ่มแม่น้ำอเมซอนในทวีปอเมริกาใต้ มีขนาดใหญ่เต็มที่ไม่เกิน 7 นิ้ว ชอบอยู่ในอุณหภูมิน้ำประมาณ 30 ถึง 32 องศาเซลเซียส ซึ่งในปัจจุบันได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาให้มีสีสันที่เป็นเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น การเลี้ยงปลาปอมปาดัวร์ การเลี้ยง ปลาปอมปาดัวร์ ผู้ที่เลี้ยงเพื่อการเพาะพันธุ์นั้นควรที่จะมีพ่อแม่พันธุ์ซัก 1 คู่ ซึ่งราคาของพ่อแม่พันธุ์นั้นจะอยู่คู่ละหมื่นกว่าบาท ซึ่งพ่อแม่พันธุ์นี้จะมีการเลี้ยงแยกไว้ในตู้ที่มีอุณหภูมิของน้ำอยู่ที่ 28 องศาเซลเซียส แต่ลูกปลาปอมปาดัวร์นั้นจะเลี้ยงที่อุณหภูมิ 30 ถึง 32 องศาเซลเซียส   นิสัยของปลาปอมปาดัวร์นี้เป็นปลาที่รักสงบ ไม่ชอบอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ใน 1 ตู้ควรเลี้ยงประมาณ 2 ถึง 3 ตัว อาหารของปลาชนิดนี้จะเป็นพวก หนอนแดง ไรแดง ไข่กุ้งกร้ามกาม ไข่ต้ม แต่ถ้าเราต้องการเร่งสีให้กับปลาปอมปาดัวร์เราควรให้กินหัวใจวัวเพื่อเร่งสี การให้อาหารควรให้ในปริมาณที่น้อยแต่ให้บ่อยเพื่อป้องกันอาหารเหลืออยู่ในตู้ คุณภาพน้ำที่อยู่ในตู้ปลาจะไม่เสียไปด้วย โรคของปลาปอมปาดัวร์ที่พบบ่อยที่จะสุดจะมีอยู่ 2 โรคด้วยกันคือ โรคหมอกขาว อาการจะแสดงให้เห็นโดยมีเหมือกสีขาวขุ่นเกาะอยู่ที่ลำตัวของปลา และโรคที่สองโรคขี้ขาว […]

Read More